ถ้าคุณขอใบเสนอราคาสำหรับสินค้าชุดเดียวกันจากบริษัทขนส่งสามเจ้า คุณอาจได้คำตอบเป็นรถคนละประเภทกันทั้งสามเจ้า ไม่ใช่เพราะใครตอบผิด แต่เพราะคำว่า "รถที่เหมาะสม" ขึ้นอยู่กับรายละเอียดที่มักถูกมองข้ามตอนแจ้งงาน
บทความนี้อธิบายวิธีแบ่งประเภทรถบรรทุกในประเทศไทย ว่ารถแต่ละแบบเหมาะกับงานลักษณะใด และคำถามที่ควรตอบให้ได้ก่อนขอใบเสนอราคา
การแบ่งประเภทรถบรรทุกในไทย
ประเทศไทยแบ่งประเภทรถเพื่อการพาณิชย์ตามจำนวนล้อ ไม่ใช่ตามน้ำหนักบรรทุก เป็นคำเรียกที่ใช้กันทั่วไปและสัมพันธ์กับขนาดรถอย่างคร่าว ๆ
| ชื่อที่ใช้เรียก | ลักษณะงานที่เหมาะสม |
|---|---|
| รถกระบะ 4 ล้อ | สินค้าปริมาณน้อย งานในเมืองและระยะใกล้ |
| รถกระบะตู้ทึบ 4 ล้อ (จัมโบ้) | สินค้าน้ำหนักไม่มากแต่ต้องการพื้นที่ปิดมิดชิด |
| รถบรรทุก 6 ล้อ | งานกระจายสินค้าระดับภูมิภาค |
| รถบรรทุก 10 ล้อ | สินค้าน้ำหนักมาก ระยะทางไกล |
| รถพ่วง / รถเทรลเลอร์ | การขนส่งระหว่างจังหวัดเต็มรูปแบบ |
การแบ่งแบบนี้เป็นธรรมเนียมทางการค้า ไม่ใช่หมวดหมู่ตามกฎหมายที่ตายตัว รถ "6 ล้อ" ของผู้ประกอบการสองรายอาจมีความยาวและความสูงของตู้ต่างกัน จึงควรสอบถามขนาดภายในจริงเสมอ แทนที่จะยึดตามชื่อประเภทเพียงอย่างเดียว
ปริมาตรมักเป็นตัวกำหนดก่อนน้ำหนัก
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการเลือกรถจากน้ำหนัก ในทางปฏิบัติ สินค้าส่วนใหญ่ใช้พื้นที่จนเต็มก่อนที่น้ำหนักจะถึงพิกัด
ลองนึกถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่บรรจุหีบห่อ พาเลทขนมอาจหนักเพียง 200 กิโลกรัม แต่กินพื้นที่เต็มหนึ่งพาเลท หากบรรทุกสินค้าลักษณะนี้ รถ 6 ล้อจะเต็มพื้นที่ตั้งแต่น้ำหนักยังไม่ถึงครึ่งของพิกัด ในทางกลับกัน พาเลทสินค้ากระป๋องหรือของเหลวจะถึงพิกัดน้ำหนักตั้งแต่พื้นรถยังว่างอยู่ครึ่งหนึ่ง
หลักปฏิบัติคือ ให้คำนวณทั้ง ปริมาตร และ น้ำหนัก แล้วเลือกขนาดรถตามค่าที่ถึงขีดจำกัดก่อน
ข้อมูลที่ต้องมีคือสามอย่าง
- จำนวนพาเลทหรือกล่องทั้งหมด
- ขนาดพื้นที่และความสูงของแต่ละหน่วย
- น้ำหนักรวม
สินค้าวางซ้อนกันได้หรือไม่ก็สำคัญไม่แพ้กัน สินค้าที่วางซ้อนไม่ได้จะกินพื้นที่พื้นรถเต็มจำนวนไม่ว่าจะเตี้ยเพียงใด ข้อเดียวนี้มักทำให้ต้องขยับไปใช้รถขนาดใหญ่ขึ้น
การขึ้นลงสินค้ามีผลต่อการเลือกรถ
รถที่บรรจุสินค้าได้ ไม่ได้แปลว่าเป็นรถที่เข้าถึงจุดรับส่งได้
- ทางเข้าออกทั้งสองปลายทาง รถ 10 ล้อที่เลี้ยวเข้าลานรับสินค้าของลูกค้าไม่ได้ ก็คือรถที่ผิดประเภท ไม่ว่าสินค้าจะพอดีเพียงใด ซอยแคบ สะพานเตี้ย ถนนที่จำกัดน้ำหนัก และอาคารจอดรถหลายชั้น ล้วนตัดรถขนาดใหญ่ออกไป
- วิธีขึ้นลงสินค้า การใช้รถโฟล์คลิฟท์ต้องการความสูงพื้นรถที่เข้ากับชานชาลา ส่วนการขนด้วยแรงคนเหมาะกับพื้นรถที่เตี้ยกว่า รถที่มีลิฟท์ท้ายไม่ได้มีทุกคัน จึงควรยืนยันก่อน
- เวลาที่หน้างาน ผู้รับสินค้าบางรายกำหนดช่วงเวลารับที่เข้มงวด โดยเฉพาะร้านค้าปลีกสมัยใหม่ รถคันใหญ่ที่มาถึงนอกช่วงเวลาที่นัดไว้อาจถูกปฏิเสธการรับสินค้า
สินค้าควบคุมอุณหภูมิเปลี่ยนการคำนวณทั้งหมด
รถห้องเย็นบรรทุกได้น้อยกว่ารถแห้งในระดับเดียวกัน เพราะฉนวนและเครื่องทำความเย็นกินทั้งพื้นที่และน้ำหนัก รถห้องเย็นที่มีจำนวนล้อเท่ากันจึงมีพื้นที่ใช้งานภายในเล็กกว่า
หากสินค้าส่วนใดต้องควบคุมอุณหภูมิ ข้อกำหนดนั้นจะเป็นตัวกำหนดรถทั้งเที่ยว เว้นแต่จะแยกขนส่ง การรวมสินค้าแช่เย็นกับสินค้าทั่วไปในรถคันเดียวทำได้ แต่เพิ่มขั้นตอนและความเสี่ยง จึงควรปรึกษาก่อน ไม่ใช่สันนิษฐานเอง
คำถามที่ควรตอบก่อนขอใบเสนอราคา
คุณจะได้คำตอบที่เร็วและแม่นยำขึ้นมาก หากระบุสิ่งเหล่านี้ได้
- จุดรับและจุดส่ง รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึง
- จำนวนพาเลทหรือกล่อง พร้อมขนาด
- น้ำหนักรวม
- สินค้าวางซ้อนกันได้หรือไม่
- ความต้องการด้านอุณหภูมิ (ถ้ามี)
- วันที่ต้องส่งถึง และช่วงเวลาที่กำหนดไว้
- ต้องการความช่วยเหลือในการขึ้นหรือลงสินค้าหรือไม่
การตอบเจ็ดข้อนี้เปลี่ยนราคาประเมินคร่าว ๆ ให้กลายเป็นราคาที่ชัดเจน และมักช่วยป้องกันผลลัพธ์ที่แพงที่สุด นั่นคือรถมาถึงแล้วบรรทุกสินค้าไม่ได้
หลักการเบื้องหลัง
การคิดราคาค่าขนส่งมีตรรกะที่ตรงไปตรงมา คุณกำลังซื้อรถหนึ่งคันพร้อมคนขับหนึ่งคนสำหรับเส้นทางหนึ่ง และต้นทุนส่วนใหญ่คงที่เมื่อรถออกวิ่งแล้ว ไม่ว่ารถจะออกไปครึ่งคันหรือเต็มคัน ค่าน้ำมัน ชั่วโมงทำงาน และค่าทางด่วนก็ใกล้เคียงกัน
นี่คือเหตุผลที่ปริมาตรที่แม่นยำสำคัญกว่าที่ผู้ส่งสินค้าส่วนใหญ่คาดคิด เลือกรถเล็กเกินไปก็ต้องจ่ายค่าวิ่งรอบที่สอง เลือกใหญ่เกินไปก็จ่ายค่าอากาศ การวัดให้ถูกตั้งแต่ครั้งแรกจึงเป็นสิ่งที่ประหยัดที่สุดที่คุณทำได้
